|
|
หมาจิ๋ว งานปั้นเปื้อนจินตนาการ จากมันสมองของผู้ชายที่เคยตกงาน
ในหมวดของการสะสมของจิ๋ว เชื่อว่าของจิ๋วที่ปั้นในรูปของสุนัขน่าจะถือว่ามีผู้นิยมสะสมกันมากที่สุดชนิดหนึ่ง ที่เป็นเช่นนั้นก็อาจจะเนื่องจากสุนัขเป็นสัตว์ที่มีความน่ารัก และมีคนนิยมเลี้ยงกันมาก เหตุนี้การได้สะสมรูปปั้นเหมือนในสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบจึงถือเป็นความสุขอีกอย่างหนึ่งของผู้สะสม
คุณพงศ์ธวัช เลิศกิจอนันต์ เจ้าของผลงานการปั้นสุนัขจิ๋วหลากหลายรูปแบบ ซึ่งวันนี้งานของเขาได้กลายเป็นอาชีพที่ทำรายได้ให้กับเขาชนิดที่เรียกว่าไม่เล็กจิ๋วเหมือนกับผลงานที่สร้างเลย ได้เปิดเผยให้ฟังถึงที่มาของผลงานชิ้นนี้ว่า ผลงานที่เขาสร้างขึ้นมิได้เป็นงานใหม่หรือเป็นงานที่แตกต่างไปจากคนอื่นที่เคยสร้างมาเลย เพียงแต่เขาได้นำมาปรับแต่งแปลงโฉมให้งานดูมีมิติ มีความน่ารักมากขึ้นเท่านั้น “วิชาการปั้นเหล่านี้ไม่ใช่วิชาที่กำเนิดมาใหม่เลยครับ เพราะผมเคยเรียนมาตั้งแต่ตอนเป็นนักเรียนแล้ว เพียงแต่เรามองไม่เห็นว่ามันจะสามารถนำมาทำให้เกิดประโยชน์ สร้างรายได้อย่างไรเท่านั้นเอง” คุณพงศ์ธวัช ในวัย 40 กว่า กล่าวถึงงานจิ๋วของเขา ก่อนที่จะเท้าความถึงเหตุผลก่อนที่จะเริ่มทำงานนี้
“เส้นกราฟชีวิตของผมก็เหมือนกับคนทั่วๆ ไป คือ เรียนจบ ทำงานเป็นลูกน้อง พอคิดว่าตัวเองเจ๋ง ก็เปิดบริษัท และถ้าจะให้ครบถ้วนมันก็ต้องเจ๊งด้วย และชีวิตผมมันก็ครบถ้วนจริงๆ (พูดพลางกลั้วหัวเราะนิดๆ) พอเจ๊งทีนี้จะทำยังไงล่ะ รถก็ต้องขาย ทรัพย์สินที่พอจะมีเล็กๆ น้อยๆ กับเขาบ้างก็ขายเกลี้ยง เครียดสิครับทีนี้ กลับบ้านทำนา (หัวเราะ) ระหว่างนั้นก็คิดว่าเราจะทำยังไงกับชีวิตต่อไปดี พอดีมันไปฉุกคิดอยู่ว่าสมัยเรียนเราเคยปั้นตุ๊กตารูปสัตว์ต่างๆ จากขนมปังไปขายกับเพื่อนๆ มันขายดี เคยไปขายกันที่พัทยา 7-8 คน วันเดียวได้ตั้ง 2,000 กว่าบาท คิดดูเมื่อ 20 ปีที่แล้วเงินสองพันมันมากขนาดไหน โอ้โฮ! เปรมเลยครับท่าน เที่ยว กิน สนุกมาก ก็มาฉุกคิดตรงนั้นว่า งานปั้นมันน่าจะขายได้ ก็เลยเริ่มปั้นตั้งแต่ตอนนั้น”
เมื่อมีความคิดว่าจะลองฟื้นงานที่ตนเคยทำมาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้ง จากนั้นคุณพงศ์ธวัชจึงลงมือทดลองปั้นงานที่เขาคิดว่าน่าจะสร้างรายได้ให้เขาได้บ้างในภาวะที่ตนเองอยู่ในช่วงตกงาน
“ตอนนั้นก็ปั้นรูปสัตว์เกือบทุกชนิด เพราะในใจก็คิดว่ามันจะได้มีความหลากหลายให้ลูกค้าเลือกเยอะๆ แต่เป็นการปั้นจากขนมปังน่ะ ปั้นเสร็จก็ไปวางขายที่ห้างซีคอน แสควร์ เพราะช่วงนั้นเขาจะจัดพื้นที่คล้ายตลาดนัดงานแฮนด์เมด เราก็ไปขายกับเขาด้วย ผมไม่เคยขายของมาก่อน ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร จำแม่นเลยว่า ลูกค้าคนแรกที่มาซื้อ เขาคงสงสารเรานั่นแหละ ผมทำอะไรไม่ถูกเลย ถุงใส่ของให้ลูกค้าก็ยังไม่มี แต่เขาก็เข้าใจเรา และมีคำพูดๆ หนึ่งที่เขาพูดกับผม ซึ่งผมยังจำได้กระทั่งทุกวันนี้ เขาพูดว่า อย่าหยุดทำน่ะ ให้ผลิตผลงานอย่างนี้ต่อไป โอ้โฮ!อารมณ์นั้นฟังแล้วน้ำตาผมแทบร่วงเลย แต่จากจุดเริ่มต้นตรงนั้นเองที่ทำให้ผมพัฒนางานปั้นของตัวเองมาเรื่อยๆ จนถึงทุกวันนี้”
|
| |
จากจุดเริ่มต้นในครั้งแรก งานปั้นของคุณพงศ์ธวัชทั้งหมดจะปั้นจากขนมปังและปั้นเป็นรูปสัตว์ต่างๆ เกือบทุกชนิด เพราะเขามองในมุมการตลาดว่า หากงานมีความหลากหลายนั่นก็เท่ากับว่ากลุ่มผู้ซื้อก็จะมีปริมาณมากด้วย แต่วันหนึ่งเขาก็ค้นพบความเป็นจริงอะไรบางอย่าง
“อย่างที่บอกช่วงแรกๆ ผมปั้นสัตว์เกือบทุกชนิด เพราะคิดว่าจะได้มีสินค้าให้ลูกค้าได้เลือกหลากหลาย แต่ระยะเวลามันเป็นตัวสกรีนงานเอง หมายความว่า พอขายไปเราก็จะรู้ว่าตัวไหนขายได้ ตัวไหนขายไม่ได้ ซึ่งรูปปั้นหมามันขายได้ดี ซึ่งผมก็มาวิเคราะห์ต่อว่า เพราะเหตุใดมันจึงขายดี ซึ่งจากที่เคยคุยกับพ่อค้าแม่ค้าก็จะพบคำตอบที่เหมือนๆ กันก็คือ ขายของอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับสุนัขจะขายได้ดีมาก บางคนซื้อของให้หมาแพงกว่าซื้อของให้ลูกเสียอีก ซึ่งมันก็จริง และอีกอย่างผมสังเกตคนที่มาซื้องานของผมส่วนใหญ่เขารู้ทั้งรู้ว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย เขาก็ยังจะซื้อเหตุก็เพราะว่าเขามีความสุขในการซื้อ ในการได้สะสม และเรื่องวัสดุที่นำมาปั้นก็อีกเหมือนกัน จากแต่เดิมผมใช้ขนมปังปั้น แต่ต่อมาก็พบว่าข้อจำกัดของขนมปังมันมีเยอะ ทั้งขึ้นราง่าย มด แมลงชอบกิน เหล่านี้มันก็เลยทำให้ผมต้องเปลี่ยนมามองวัสดุอย่างอื่น ก็มาลงเอ่ยที่ดินสังเคราะห์ที่เขาใช้ประดิษฐ์ดอกไม้ต่างๆ ซึ่งไม่ไม่มีปัญหาเรื่อการขึ้นรา หรือเป็นอาหารที่มดแมลงชอบกิน ที่สำคัญราคาต้นทุนเมื่อเปรียบเทียบกับขนมปังมันก็ถูกกว่าด้วย และแหล่งซื้อก็ยังหาง่ายเพียงแค่ไปแถวตลาดนัดสวนจตุจักรก็มีให้เราแล้ว”
ปัจจุบันร้านของคุณพงศ์ธวัช ตั้งอยู่ที่ห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง ชั้น 6 โดยลักษณะงาน เมื่อปั้นแล้ว ก็จะนำมาใส่ขวดซึ่งจะกว้างประมาณ 2 ซม. สูง 3 ซม. ราคาที่จำหน่ายจะอยู่ที่ตัวละ 95 บาท แต่หากซื้อจำนวนมากๆ คุณพงศ์ธวัช ก็จะมีส่วนลดให้อีก ส่วนในด้านของต้นทุนนั้นคุณพงศ์ธวัช เปิดเผยว่า งานของเขาเป็นงานที่ขายฝีมือ ขายไอเดีย และถ้าถามในแง่ธุรกิจแล้ว จะลงทุนแค่ตัวละไม่ถึง 10 บาท เท่านั้น ดังนั้นจึงถือว่าเป็นงานที่สร้างรายได้ให้มากพอสมควรทีเดียว
แม้ตลอดการสนทนาเรา (ทั้งผู้เขียนและคุณพงศ์ธวัช) จะไม่ได้พูดจาชนิดที่เขาเรียกกันว่า ‘พูดจาภาษาดอกไม้’ ใส่กัน มิหนำซ้ำบางครั้งยังเปล่งสำเนียงสมัยพ่อขุนรามอีกด้วย แต่กว่า 1 ชั่วโมงครึ่งของการสนทนา คำตอบที่ผู้ชายหน้าตาแลดูโหดๆ คนนี้ ตอบกลับมา กลับเปี่ยมไปด้วยแง่คิด และความจริงใจ ซึ่งนั่นเองที่ทำให้การสนทนาระหว่างผู้เขียนกับคุณพงศ์ธวัชดูออกรสออกชาติ และปนเสียงหัวเราะอยู่ตลอดเวลา
“ช่วงที่เศรษฐกิจเป็นอย่างนี้ ในฐานะที่ผมเคยประสบมาก่อน ทั้งตกงาน และก็เคยหมดเกลี้ยงทุกอย่างมาแล้ว อยากฝากให้ทุกคนลองปรับวิธีคิดเสียใหม่ คือในขณะที่คนส่วนใหญ่เขาขับรถออกจากเมือง เราลองคิดซิว่า ถ้าเราเป็นคนที่กลับเข้าเมืองแล้วมาทำอะไรก่อนเขาจะดีกว่าหรือไม่ เพราะเมื่อเมืองสงบคนเหล่านั้นเขาก็จะกลับเข้ามาในเมืองอีก นั่นก็เท่ากับว่า เราจะเป็นคนแรกๆ ที่ทำกิจการนั้น และถ้าเราเป็นคนแรกที่ทำก็เชื่อว่าอย่างไรเราก็เป็นต้นแบบ ไม่มีใครมาตามเราทันแน่นอน เพราะกว่าจะตามเราทันเราก็คงก้าวไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว และการทำอะไรก็แล้วแต่ต้องทำให้พอดี สังเกตเวลาเราเปิดน้ำใส่แก้วถ้าเปิดแรงมันก็จะเป็นฟอง ไม่เต็มแก้วสักที ถ้าเปิดเบามันก็เต็มช้า ดังนั้นทำอะไรก็แล้วแต่ให้อยู่ในความพอดี พยายามอย่าก้าวกระโดด แต่ก็ต้องประคองอย่าให้ช้าไปด้วย” คุณพงศ์ธวัช ให้ข้อคิดทิ้งท้าย
สนใจงานปั้นสุนัขจิ๋วสามารถติดต่อไปได้ที่คุณพงศ์ธวัช เลิศกิจอนันต์ 215/216 สุขุมวิท 66/1 แขวง/เขต บางนา กทม. 10260 โทรศัพท์ 08-19238171



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น